dhp1.com

ครีมกันแดดที่ดีที่สุด ที่สาวๆ ใช้ดีจนต้องบอกต่อ

ครีมกันแดดที่ดีทีสุด หรือครีมบำรุงผิว เป็นตัวช่วยที่สำคัญสำหรับผู้หญิงเราเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะสาวๆ ที่มักจะต้องออกไปทำงานกลางแจ้งเป็นประจำ หรือมักจะไปเดินช้อปปิ้งตามตลาดเปิดท้ายบ่อยๆ ทั้งนี้ก็เพื่อปกป้องผิวไม่ให้ถูกแสงแดดทำร้ายจนหมองคล้ำ หรือเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งผิวหนังได้นั่นเอง และวันนี้เราก็มี 7 ครีมกันแดดที่ดีที่สุด ใช้ดีมากจนต้องบอกต่อมาแนะนำกัน ว่าแต่จะมียี่ห้ออะไรบ้างนั้น และมีคุณสมบัติอย่างไรบ้าง มาดูกันเลย

 

ครีมกันแดดที่ผสมผสานคุณสมบัติในการบำรุงผิวอย่างลงตัว ทีจะช่วยลดเรือนริ้วรอยและจุดด่างดำได้อย่างดีเยี่ยม แถมให้สัมผัสที่นุ่มนวลและผิวดูเรียบเนียนทันทีที่ทาอีกด้วย ที่สำคัญคือกลิ่นหอมมาก ซึ่งก็จะทำให้เกิดความรู้สึกผ่อนคลายเป็นอย่างมากเชียวล่ะ แต่น่าเสียดายที่ทางเกาหลีเลิกผลิตและออกรุ่นใหม่มาแทนแล้ว

 

ลักษณะของเนื้อครีมกันแดด

เนื้อครีมมีความบางเบา ทาแล้วเรียบเนียนไปกับผิวทันที ไม่ทำให้เหนียวเหนอะหนะ และด้วยความขาวของเนื้อครีม จึงสามารถปกปิดจุดด่างดำและตำหนิบนใบหน้าได้ดี

 

ประสิทธิภาพควบคุมความมันของครีมกันแดด

ควบคุมความมันได้ไม่ค่อยดี แต่ก็ช่วยลดความมันบนใบหน้าไปได้เยอะ

 

ประสิทธิภาพในการกันแดดของครีมกันแดด

สามารถป้องกันแดดได้ทั้งรังสี UVA และ UVB และมีพลังในการปกป้องผิวจากแสงแดดมากถึง 36 เท่า ทาแล้ว ออกแดดทันที ผิวไม่ดำคล้ำแน่นอน

 

ครีมกันแดดที่ผิวแพ้ง่ายก็ใช้ได้ หลังจากทำเลเซอร์ผิวจะบางมากซึ่งใช้ตัวนี้ไม่แสบผิวเลยต่างจากยี่ห้ออื่นๆที่ผสมแอลกอฮอล์และสารอื่นๆทำให้แสบผิว แถมกันแดดตัวนี้ยังเกลี่ยง่าย ไม่มีสีไม่มีกลิ่น เนื้อกันแดดจะเป็นเนื้อมูสเบาสบายผิวไม่เหนอะหน้าและคุมมันได้ดีมาก สำหรับคนที่เป็นสิว ,เป็นเซปเดิร์ม ,แพ้สเตรอยด์ หรือเด็กๆก็สามารถใช้ได้ เนื้อครีมเป็นสีขาวทำให้ปรับระดับความขาวของสีผิวขึ้นได้อีก1เฉดเลย

 

ลักษณะของเนื้อครีมกันแดด

เนื้อมูสความบางเบา ไม่เหนอะหนะ คุมมันได้ดี เนื้อมูสนุ่มละมุนเหมือนวิปครีมทำให้เกลี่ยง่ายทาแล้วเรียบเนียนไปกับผิวทันที ไม่ทำให้เหนียวเหนอะหนะ และด้วยความขาวของเนื้อครีมกันแดด จึงสามารถปกปิดจุดด่างดำและตำหนิบนใบหน้าได้ดีและปรับระดับสีผิวขึ้นอีก1เฉดสี

 

ประสิทธิภาพควบคุมความมันของครีมกันแดด

ควบคุมความมันได้ค่อนข้างดี เพิ่มความกระจ่างใสให้ผิวหน้า

 

ประสิทธิภาพในการกันแดดของครีมกันแดด

สามารถป้องกันแดดได้ทั้งรังสี UVA และ UVB และมีพลังในการปกป้องผิวจากแสงแดดมากถึง 50 เท่า ทาก่อน ออกแดด15นาที ผิวไม่ดำคล้ำแน่นอน

 

ครีมกันแดดที่ได้รับการรับรองจากสภามะเร็งประเทศออสเตรเลีย และได้รับความไว้วางใจมากที่สุดจากประเทศออสเตรเลีย การันตรีด้วยยอดขายอันดับ 1 ในประเทศออสเตรเลีย

 

การผสานสารป้องกันผิวเสื่อมความอ่อนเยาว์

สารป้องกันแสงแดดสำหรับบำรุงผิวหน้าทุกวันพร้อมประสิทธิภาพการป้องกันรังสี UV ระดับสูงยิ่งขึ้น ช่วยป้องกันผิวจากการสูญเสียความอ่อนเยาว์ก่อนวัยและการถูกทำลาย ประสานพลังจากส่วนประกอบที่ผ่านการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ช่วยปกป้องผิวจากมลพิษในสิ่งแวดล้อม

 

ข้อมูลเพิ่มเติมของครีมกันแดด

ประเภทสินค้า : ต้านมลภาวะ (Anti-Pollution)

ประเภทผิว : ผิวธรรมดา-ผิวแห้ง

ประสิทธิภาพ ของการป้องกันแสงแดด : ค่า SPF 50+ ปกป้องรังสี UVB และ PA +++ ปกป้องรังสี UVA ได้ 99.6% ยาวนานตลอดวัน

 

ภาพรวมของครีมกันแดดที่ดีทีสุด

โลชั่นป้องกันแสงแดดสำหรับบำรุงผิวหน้านี้มอบการปกป้องแสงแดดระดับสูงยิ่งขึ้นพร้อมปกป้องผิวคุณจากการสูญเสียความอ่อนเยาว์จากมลภาวะ ช่วยให้ผิวดูนุ่มเนียนและเปล่งประกาย

 

ค่ากันแดด SPF 50+ ครอบคลุมช่วงคลื่นกว้างช่วยปกป้องผิวจากการสูญเสียความอ่อนเยาว์และการถูกทำลาย

Unicontrozon ช่วยปกป้องผิวจากผลกระทบของมลภาวะทางอากาศ

Hydroviton® 24 ช่วยเติมความชุ่มชื้นและน้ำให้แก่ผิว ร่องตื้นและริ้วรอยดูลดเลือน

ครีมกันแดดทาหน้า รวมกันแดดขั้นเทพใหม่ล่าสุด

10 ครีมกันแดดทาหน้า รวมครีมกันแดดที่ดีทีสุดใหม่ล่าสุด สำหรับ 2561 ครีมกันแดดทาหน้าเป็นอุปกรณ์ที่มีความสำคัญต่อช่วงหน้าร้อนอย่างยิ่ง เพราะเมื่อเราเดินทางออกนอกบ้านก็ต้องเผชิญกับแสงแดดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

 

จนทำให้ผิวหน้าสวยๆ ของเราต้องหมองคล้ำ เป็นฝ้า กระ และปัญหาผิวพรรณอื่นๆ ที่จะตามมา ดังนั้นเราจึงมานำเสนอสุดยอดครีมกันแดดที่จะช่วยปกป้องผิวให้เราสวยกล้าท้าแดดดังนี้

 

1 . ครีมกันแดดยี่ห้อไหนดี Biore UV Aqua Rich Watery Essence SPF50+ PA++++

ครีมกันแดดยี่ห้อไหนดี สูตรน้ำที่สาวๆ ส่วนใหญ่รู้จักกันเป็นอย่างดี ด้วยลักษณะเนื้อครีมอันบางเบา แต่สามารถป้องกันแสงแดดได้อย่างดีเยี่ยม ทาแล้วผิวหน้าไม่ดรอปหรือหมองคล้ำ

และยังช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นพร้อมกับป้องกันริ้วรอยได้อีกด้วย สนนราคาก็เพียง 420 บาทเท่านั้น

 

2 . ครีมกันแดดปกป้องสิว Serina Sun Glow Anti Acne SPF30

ครีมกันแดดปกป้องสิวผสมรองพื้น อีกตัวหนึ่งที่สาวผิวแพ้ง่ายหรือเป็นสิวส่วนใหญ่ต้องยกให้เป็นลูกรัก เนื่องจากสามารถลดปัญหาสิวได้อย่างชะงักงัน เนื้อครีมมีลักษณะเป็นครีมเนื้อบางเบาความบางเบา เกลี่ยง่าย ทาแล้วหน้าดูสว่างแถมไม่เหนียวเหนาะหนะ

ถ้าหาครีมกันแดดที่ช่วยเรื่องสิว ฝ้า กระโดยตรง ลองหามาใช้ดูค่ะ ราคาประมาณ 650 บาท

 

3 . ครีมกันแดด ZA True White Power Block UV SPF40 PA+++

ครีมกันแดด ZA อันโด่งดังจากห้องโต๊ะเครื่องแป้งแห่งพันทิปดอทคอม ทาแล้วผิวหน้าดูขาวสว่างใส หรือจะใช้เป็นเบสเมคอัพก็ได้ สามารถกันแดดได้ดีในระหว่างวันและไม่ทำให้ผิวหน้ามันมากขึ้น พร้อมกับไม่ทำให้เป็นคราบ เรียกได้ว่าหมดแล้วต้องซื้อใช้ซ้ำอีกแน่นอน ราคา 380 บาทเองค่ะ

 

4 . ครีมกันแดดที่ดีที่สุด Minus Sun Facial Sun Protection Cream SPF40 PA+++

ครีมกันแดดที่ดีที่สุด ยี่ห้อนี้ ใข้อยู่ ชอบมาก ที่รวมทุกคุณสมบัติตามความต้องการของสาวๆ ซึ่งมีลักษณะเป็นเนื้อครีมทั้งสีขาวและสีเบจ

สามารถใช้เป็นเบสเมคอัพก่อนแต่งหน้าได้ โดยไม่ทำให้ผิวมันเพิ่ม กันน้ำกันเหงื่อได้ดี สามารถช่วยปกป้องผิวไม่ให้หมองคล้ำ ฝ้า กระ และริ้วรอยที่ไม่พึงประสงค์ เหมาะสำหรับใช้ระหว่างวันและกิจกรรมกลางแจ้ง

 

5 . ครีมกันแดดผู้ชายหน้ามัน Nivea Sun Protect & White Oil Control Serum SPF50+ PA+++

ครีมกันแดดผู้ชายหน้ามัน สูตรเนื้อเซรั่มที่เหมาะกับทุกสีผิว เนื้อครีมมีลักษณะบางเบาและเกลี่ยง่าย  คุมมันได้อย่างดีเยี่ยม ทาแล้วผิวหน้าก็ไม่อุดตันและไม่เป็นคราบ พร้อมกับปกป้องผิวจากแสงแดดได้ดี ราคาก็น่าซื้อใช้อย่างยิ่งและหาซื้อได้ง่าย ราคา 149 – 279 บาท — วิตามินซียี่ห้อไหนดี

 

6 . ครีมกันแดดใช้ดี Garnier UV Complete Whiten & Protect Daily Sunscreen SPF50+ PA++++

ครีมกันแดดใช้ดี อีกตัวหนึ่งที่สาวๆ ชื่นชอบและต้องซื้อมาใช้ซ้ำ ด้วยเนื้อครีมที่ค่อนข้างเกลี่ยง่ายและไม่เหนียวเหนอะหนะ ทาแล้วหน้าไม่ขาววอก และสามารถป้องกันแสงแดดได้เป็นเวลานาน

ถึงแม้ว่าจะออกแดดจัดๆ หน้าก็ไม่ดรอปและไม่หมองคล้ำ อาจจะเรียกได้ว่าคุณสมบัติเทียบเท่าครีมกันแดดจากเคาน์เตอร์แบรนด์ดังๆ แต่ราคาแตกต่างกว่ากันเยอะ สนนราคาประมาณ 249 บาทเท่านั้น

 

7 . กันแดด Smooth E Physical White Babyface UV Expert SPF50+ PA+++

กันแดด Smooth E ที่มีคุณสมบัติทั้งช่วยกันแดดและบำรุงผิว ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวบอบบางอย่างยิ่ง เพราะมีความอ่อนโยนเหมาะกับทุกสภาพผิว ทาแล้วหน้าไม่ขาววอก

และยังมีกลิ่นหอมอ่อนๆ หรือจะใช้เป็นเมคอัพเบสก่อนแต่งหน้าก็ได้เช่นกัน กันน้ำกันเหงื่อ บำรุงให้ผิวหน้าแลดูอ่อนเยาว์ ราคาประมาณ 295 – 770 บาท

 

8 . ครีมกันแดดยอดนิยม Anessa Perfect Facial UV Sunscreen SPF50+ PA++++

ครีมกันแดดยอดนิยม ที่ต้องมีชื่อติดโพลทุกสำนัก นอกจากจะช่วยกันแดดได้อย่างขั้นเทพแล้ว ยังเป็นครีมกันแดดสูตรเนื้อเจลที่เหมาะสำหรับผิวหน้าโดยเฉพาะ ทาแล้วซึมเร็ว

ไม่ทำให้รู้สึกเหนียวเหนอะหนะ สามารถใช้เป็นไพรเมอร์ก่อนแต่งหน้าที่ช่วยให้ผิวเรียบเนียนมากขึ้น แต่งหน้าติดทนนาน สวยครบจบเดียวด้วยราคาสุดคุ้ม 750 บาท

 

9 . ครีมกันแดดคนเป็นสิว Mizumi UV Water Serum 100% Non-Chemical SPF50+ PA++++

ครีมกันแดดคนเป็นสิว ที่เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาสิวและผิวบอบบางแพ้ง่ายอย่างยิ่ง ด้วยสูตรน้ำที่มีความอ่อนโยนและปราศจากสารเคมี 100% จึงทำให้เกลี่ยง่าย ซึมเร็ว

และไม่อุดตันบนใบหน้า พร้อมกับสรรพคุณช่วยกันแดดที่สามารถใช้ได้ทุกวัน ราคาอยู่ที่ประมาณ 199 – 890 บาท

 

10 . ครีมกันแดด 2561 Srichand Luminescence Fabulous UV Shield SPF50

ครีมกันแดด 2561 น้องใหม่จากแบรนด์ไทยของเรา ซึ่งเหมาะสำหรับผิวพรรณของสาวไทยและอากาศที่แสนจะร้อนอบอ้าวอย่างยิ่ง เนื้อครีมมีลักษณะบางเบา เกลี่ยง่าย ทาแล้วไม่มันเยิ้มและไม่ทำให้รู้สึกเหนียวเหนอะหนะ ช่วงระหว่างวันหน้าก็ไม่เป็นคราบและไม่ดรอปลงด้วย ราคาเพียง 390 บาทเท่านั้น

 

เพียงแค่เลือกครีมกันแดดที่ดีทีสุดสำหรับผิวหน้าให้เหมาะกับสภาพผิวของตนเอง ก็จะช่วยปกป้องรังสีอัลตร้าไวโอเลตที่อยู่ในแสงแดดได้ตลอดหน้าร้อนนี้ โดยไม่ต้องกังวลฝ้า กระ และความหมองคล้ำที่จะมากวนใจเราได้ค่ะ

ครีมกันแดดสำหรับคนเป็นสิวที่ใช้ดีจนต้องบอกต่อ

ครีมกันแดดที่ดีทีสุดสำหรับคนเป็นสิว…ดีขั้นเทพแถมคุมสิวอยู่หมัด

 

ไอเท็มสำคัญสำหรับสาวๆที่ต้องมีต้องใช้ทุกวันเห็นจะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจาก “ครีมกันแดด” ยิ่งถ้าสาวๆที่เป็นสิวด้วยแล้วยิ่งต้องให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ เลยทีเดียวเชียวหล่ะ ครีมกันแดดสำหรับคนเป็นสิวจึงเป็นสิ่งที่สาวๆ ต้องเลือกเฟ้นกันเป็นพิเศษ เพราะคนเป็นสิวเป็นคนที่มีผิวแพ้ง่ายจึงต้องคอยระวังปัญหาเรื่องอาการแพ้ต่างๆ รวมถึงการอุดตันของสิวก็เป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดอีกเรื่องหนึ่ง ดังนั้นจึงต้องใส่ใจและตัดสินใจเลือกใช้และเลือกซื้อผลิตภัณฑ์กันสักหน่อย…

 

ไม่ว่าฤดูกาลไหนแสงแดดก็ถือเป็นตัวอันตรายลําดับต้นๆ ที่ทำอันตรายต่อผิวของเรา ดังนั้นครีมกันแดดจึงเป็นตัวช่วยที่สำคัญที่จะช่วยป้องกันปัญหาผิวต่างๆ ที่เกิดจากแสงแดด ไม่ว่าจะเป็นปัญหาผิวคล้ำเสีย ฝ้า กระ รวมไปถึงมะเร็งผิวหนัง สำหรับเพื่อนๆ ที่มีปัญหาสิวกวนใจอาจมีปัญหาในการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว วันนี้ ShopBack จึงจะมาแนะนำครีมกันแดดสำหรับคนเป็นสิวที่รับรองได้ว่าใช้แล้วจะไม่ทำให้เกิดสิวอักเสบหรือสิวอุดตันแถมยังอ่อนโยนต่อผิวอีกด้วย หากเพื่อนๆ คนไหนกำลังมองหาครีมกันแดดที่เหมาะกับผิวหน้าก่อนตัดสินใจซื้อ บทความนี้มีคำตอบให้แน่นอนค่ะ มาดูกันเลยดีกว่า…

 

  1. Eucerin Sun Protection Acne Oil Control SPF50 PA+++

ครีมกันแดดเวชสำอางแบรนด์ดังที่รับรองว่าคนที่เป็นสิวต้องรู้จักชื่อเสียงเรียงนามกันมาแล้วแน่นอน ครีมกันแดดตัวนี้เป็นเนื้อเจลครีมที่ซึมเร็ว เกลี่ยง่าย ไม่ทิ้งคราบขาวและไม่ทิ้งความมันวาว เหมาะสำหรับคนที่มีปัญหาสิวและหน้ามัน นอกจากจะช่วยปกป้องผิวจากแสงแดดแล้วยังช่วยลดฝ้าแดดและลดเชื้อแบคทีเรียที่เป็นต้นเหตุการเกิดสิว แถมช่วยควบคุมความมันระหว่างวันได้ดีอีกด้วย ใครสนใจลองแวะไปดูโปรโมชั่นพร้อมเปอร์เซ็นต์เงินคืนกันได้ที่ >>>Konvy

 

  1. SpectraBAN Sensitive SPF30 PA++

 

กันแดดหน้าเนื้อครีม เกลี่ยง่ายแถมยังอ่อนโยนเหมาะกับสาวๆผิวบอบบาง เพราะไม่มีส่วนผสมของน้ำหอม เเอลกอฮอล์และไม่มีพาราเบนไม่ทำให้เกิดการระคายเคืองผิว และที่เป็นไฮไลท์คือไม่ก่อให้เกิดการอุดตันจึงตอบโจทย์สุดๆ สำหรับคนที่มีปัญหาสิวและกำลังรักษาสิว

 

  1. Smooth E Physical White Sunscreen Extra Fluid SPF 50+ PA+++

ครีมกันแดดเนื้อน้ำนมที่ซึมเข้าผิวไวแถมยังช่วยปรับสีผิวให้สว่างกระจ่างใสขึ้น คุณสมบัติของครีมกันแดดตัวนี้คือช่วยลดความหมองคล้ำ ฝ้า กระ จุดด่างดำและที่สำคัญคือไม่ทิ้งสารตกค้าง ไม่ก่อให้เกิดสิว ปลอดภัยสำหรับคนที่มีผิวบอบบางแพ้ง่ายและเหมาะสำหรับผิวทำเลเซอร์ค่ะ คุณสมบัติดีงามขนาดนี้ไม่มีไม่ได้นะจ้ะ

 

  1. Kiehl’s Ultra Light Daily UV Defense SPF50 PA++++ UVA

ผลิตภัณฑ์กันแดดเนื้อบางเบาสูตรปรับปรุงใหม่ที่ปกป้องได้มากกว่าถึง 3 เท่า Kiehl’s  เค้ามีการพัฒนาสูตรขยายการปกป้องผิวให้กว้างขึ้นจากเดิมที่ปกป้องเพียงรังสี UV A คลื่นสั้น และรังสี UV B มาเป็นยกระดับการป้องกันรังสี UV A คลื่นยาว นอกจากนี้ กันแดดตัวนี้ยังไม่มีส่วนผสมของน้ำหอมและแอลกอฮอล์จึงเหมาะสำหรับผิวแพ้ง่าย แถมไม่ทำให้รูขุมขนอุดตัน รับรองว่าใช้แล้วสิวไม่ขึ้นแน่นอน! สาวๆคนไหนสนใจช้อปครีมกันแดด Kiehl’s ลองมาดูโปรโมชั่นและเปอร์เซ็นต์เงินคืนกันก่อนได้ที่>>>Sasa

 

  1. Cetaphil UVA/UVB Defense SPF50+

ครีมกันแดดสูตรอ่อนโยน ช่วยปกป้องผิวจากรังสี UVB ซึ่งเป็นสาเหตุของผิวหมองคล้ำ และปกป้องผิวชั้นในจากรังสี UVA ที่เป็นสาเหตุการเกิดริ้วรอยก่อนวัย นอกจากนี้ยังไม่มีส่วนผสมของน้ำหอม จึงช่วยลดโอกาสการแพ้หรือระคายเคืองต่อผิวหนัง และที่สำคัญคือมีส่วนผสมของ Micronized Titanium Diozide ที่มีอณูละเอียด จึงไม่ก่อให้เกิดการอุดตัน เหมาะสุดๆ สำหรับผู้ที่มีปัญหาสิวหรืออยู่ในระหว่างการรักษาฝ้าและทำทรีตเมนต์ค่ะ

 

  1. La Roche Posay Anthelios XL Drytouch SPF 50+

เวชสำอางแบรนด์ดังแห่งฝรั่งเศสที่เค้ามีจุดเด่นคือใช้น้ำแร่ La Roche Posay เป็นหนึ่งในส่วนประกอบหลักของทุกผลิตภัณฑ์ และเพื่อนๆรู้รึเปล่าว่า La Roche Posay ยังเป็นผลิตภัณฑ์ดูแลผิวพรรณชั้นนำที่แพทย์ผิวหนังในยุโรปแนะนำอีกด้วยนะ สำหรับคุณสมบัติของครีมกันแดดหน้าตัวนี้คือ ช่วยปกป้องผิวจากรังสี UVA/UVB อินฟราเรดและมลภาวะ ปกป้องผิวจากการเกิดฝ้า จุดด่างดำและริ้วรอยก่อนวัยที่เกิดจากแสงแดด ที่สำคัญคือช่วยควบคุมความมันบนใบหน้าและลดปัญหาจาก 3 สิวคือ สิวอุดตัน, สิวจากความมัน และสิวเสี้ยน

 

  1. CUREL UV Protection Face Milk SPF30 PA++

Curel เป็นแบรนด์เวชสำอางยอดขายอันดับ 1 จากญี่ปุ่นที่ขึ้นชื่อในเรื่องผลิตภัณฑ์สำหรับผิวระคายเคืองและแพ้ง่ายของคนเอเชียโดยเฉพาะครีมกันแดดหน้าตัวนี้เป็นเนื้อโลชั่นน้ำนมเหมาะสำหรับผิวบอบบางแพ้ง่าย ช่วยปกป้องผิวจากรังสีทั้ง UVA และ UVB ลดการเกิดปัญหาแสบแดงและแห้งจากแสงแดด ที่เก๋สุดๆ คือ สามารถใช้เป็นเมคอัพเบสได้ด้วยนะ นอกจากนี้ยังเป็นสูตร Non-chemicalไม่มีส่วนผสมของสารกันแดดที่เป็นเคมี ปราศจากน้ำหอม สี และแอลกอฮอล์ รับรองว่าใช้แล้วไม่แพ้และไม่มีปัญหาสิวอุดตันมากวนใจชัวร์

 

  1. FRESH Peony Brightening UV Shield Sunscreen SPF 50+

Fresh เป็นแบรนด์ที่ขึ้นชื่อเรื่องวัตถุดิบจากธรรมชาติ ดังนั้นเพื่อนๆมั่นใจได้เลยว่าผลิตภัณฑ์แต่ละตัวนั้นอ่อนโยนและไม่ทำร้ายผิวแน่นอน สำหรับกันแดดตัวนี้จะช่วยให้ผิวกระจ่างใสและให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว อีกทั้งยังปกป้องผิวจากรังสี UV และมลภาวะต่างๆ แถมช่วยลดเลือนจุดด่างดำและสีผิวที่เข้มขึ้นให้ดูจางลง คนเป็นสิวใช้ได้ คนไม่เป็นสิวใช้ดีค่ะ ฟันธง! สนใจครีมกันแดด Fresh ลองคลิกไปดูโปรโมชั่นและเปอร์เซ็นต์เงินคืนกันได้ที่ >>>Sephora

 

  1. DR JART+ Sun Care Every Sunday

DR JART+ เป็นแบรนด์เครื่องสำอางชั้นนำจากเกาหลีซึ่งเค้ามีผลิตภัณฑ์ที่โด่งดังหลายตัวเลยทีเดียว สำหรับครีมกันแดดตัวนี้นอกจากจะช่วยปกป้องผิวจากรังสียูวียังอุดมด้วยคุณค่าจากสาหร่ายท้องทะเลลึกที่ช่วยคืนความชุ่มชื้นให้ผิว และที่สำคัญคือเนื้อเจลบางเบาสบายผิว ไม่ทำให้เหนียวเหนอะหนะและไม่ทำให้ผิวอุดตันอีกด้วย

 

เป็นยังไงกันบ้างกับ 9 ครีมกันแดดที่ดีทีสุดสำหรับคนเป็นสิวทั้งหมดที่ ShopBack แนะนำกัน สาว ๆ คนไหนที่มีปัญหาเกี่ยวกับสิว ต้องรีบไปตำและสอยมาไว้ในครอบครองกันนะจ้ะ

วิธีลดรอยสิวอย่างได้ผล ด้วยวิธีธรรมชาติ

วิธีลดรอยสิวด้วยธรรมชาติ

สำหรับการลดรอยสิวนั้น มีอยู่มากมายหลากหลายวิธีเลยทีเดียว ซึ่งแต่ละวิธีบอกได้เลยว่ามีความปลอดภัยและให้ผลลัพธ์ที่ดีจริง ทั้งนี้ก็จะมีวิธีการลดรอยสิวด้วยสมุนไพรและผักผลไม้ ดังนี้

 

ลดรอยสิวด้วยมะนาว

สำหรับวิธีนี้ เริ่มจากการคั้นน้ำมะนาว แล้วนำสำลีสะอาดก้อนกลมชุบน้ำมะนาวที่คั้นเตรียมไว้ จากนั้นก็นำมาแต้มที่สิว ประมาณเพียง 2 อาทิตย์ จะเห็นได้ว่ารอยสิวเริ่มจางลงจากเดิม

 

ลดรอยสิวด้วยมะนาวและน้ำมันมะกอก

สำหรับวิธีนี้จะเพิ่มส่วนผสมจากวิธีข้างต้น นั่นก็คือ มีการเพิ่มน้ำมันมะกอกนั่นเอง โดยเริ่มจากการนำส่วนผสมทั้งสองอย่างในอัตราส่วนที่เท่ากันมาผสมเข้าด้วยกัน แล้วนำมาป้ายที่สิว ทิ้งไว้ประมาณ 2-5 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด เพียงเท่านี้ก็จะทำให้รอยสิวลดลงไปจากเดิมได้

 

ลดรอยสิวด้วยน้ำผึ้งและโยเกิร์ตรสธรรมชาติ

ใช้เตรียมโยเกิร์ตรสธรรมชาติ ผสมกับน้ำผึ้งแท้ในอัตราส่วนที่เท่ากัน คนให้ส่วนผสมเข้ากันแล้วนำมาพอกให้ทั่วใบหน้า หรือจะแต้มที่สิวก็ช่วยลดรอยสิวได้ ที่สำคัญยังทำให้ใบหน้าแลดูขาวและสว่างมากขึ้น แถมยังเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวหน้าได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

 

ลดรอยสิวด้วยน้ำแข็ง

วิธีนี้ทำได้ง่ายมาก เพียงแค่นำก้อนน้ำแข็ง ห่อด้วยผ้าขนหนูที่มีความนุ่ม จากนั้นนำมาวางบนสิว จะช่วยลดการอักเสบ ลดอาการคัน ที่สำคัญยังช่วยลดรอยสิวได้เป็นอย่างดี เพราะเมื่อสิวหายจากอาการคันหรือเจ็บจากอาการอักเสบ ก็จะไม่ทำให้เกิดพฤติกรรมการเกาหรือแกะสิวนั่นเอง

 

ลดรอยสิวด้วยไข่ขาว

วิธีการลดรอยสิวด้วยไข่ขาวนี้ เชื่อว่าหลายคนจะเคยผ่านจากการทดลองทำมาแล้ว โดยมีวิธีการทำคือ ล้างหน้าให้สะอาด จากนั้นนำไข่มาตอก แล้วแยกระหว่างไข่แดงกับไข่ขาวออก เอาเฉพาะไข่ขาวแล้วนำมาทาบางๆ ให้ทั่วใบหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 10 นาทีจึงล้างออกด้วยน้ำอุ่น ทำแบบนี้ประมาณสัปดาห์ละครั้ง จะเห็นถึงรอยสิวที่เริ่มจางลง พร้อมทั้งมีผิวหน้าที่กระชับมากขึ้น

 

ลดรอยสิวด้วยอบเชยและน้ำผึ้ง

แน่นอนว่าหลายคนคงจะสงสัยว่าอบเชยจะมีส่วนช่วยในการลดรอยสิวได้จริงหรือ ขอบอกเลยว่าสมุนไพรชั้นดีอย่างอบเชยสามารถลดรอยสิว อีกทั้งยังรักษาอาการอักเสบของสิวได้เป็นอย่างดี โดยนำน้ำผึ้งมาผสมกับอบเชย จากนั้นนำมาพอกให้ทั่วใบหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมง แล้วจึงล้างออกด้วยน้ำอุ่น ทำเป็นประจำจะทำให้รู้สึกถึงรอยสิวที่จางลงไปจากเดิม แถมใบหน้ายังมีความกระชับมากขึ้นอีกด้วย

 

ลดรอยสิวด้วยมะเขือเทศ

ใครๆ ก็ทราบกันดีว่ามะเขือเทศถือเป็นตัวช่วยสำคัญ สำหรับการบำรุงรักษาใบหน้าให้สดใสและสวยประกายได้ ซึ่งการใช้มะเขือเทศเพื่อทำการลดรอยสิวนั้นก็สามารถให้ผลลัพธ์ที่ดีได้เช่นกัน โดยเริ่มจากการหั่นมะเขือเทศเป็นแว่นๆ หรือจะใช้วิธีการบดมะเขือเทศให้ละเอียดจนเป็นเนื้อเดียวกัน แล้วนำมาพอกให้ทั่วใบหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง แล้วจึงล้างออกด้วยน้ำอุ่น ทำติดต่อกันประมาณ 1 สัปดาห์ ก็จะช่วยให้รอยสิวค่อยๆ จางลง

 

ลดรอยสิวด้วยกระเทียม

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า กระเทียมจะสามารถลดรอยสิวได้ เพราะพืชเล็กๆ นี้นั้นถือเป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณเป็นดั่งยาฆ่าเชื้อไวรัสและเชื้อราบนผิวได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ จึงไม่แปลกใจว่าทำไมกระเทียมมักถูกนำมาใช้ในการรักษาสิวอักเสบ เพราะสารกำมะถันที่อยู่ในกระเทียมนั้นจะเป็นตัวยารักษาอาการอักเสบได้นั่นเอง สำหรับวิธีการลดรอยสิวนั้นก็ทำได้ง่ายๆ โดยนำกระเทียมมาฝานบางๆ จากนั้นก็นำกระเทียมมาถูลงบนหัวสิว ทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที จึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด เพียงเท่านี้ก็จะทำให้รอยสิวค่อยๆ จางลงและหายไปจากใบหน้าได้แล้ว

 

เชื้อแบคทีเรีย สาเหตุของการเกิดสิว

Propionibacterium acnes จัดอยู่ในกลุ่มแบคทีเรียจำพวก “โพรคาริโอต(Procaryote)” หรือ “โพรคาริโอติกเซลล์ (Procaryotic cell)” ภายในมีนิวเคลียส แต่ไม่มีเยื่อหุ้มนิวเคลียส ด้วยสภาพแวดล้อมของผิวหน้าที่มีการสร้างไขมัน ปริมาณน้ำมันที่ออกมามาก จะทำให้เหมาะแก่การเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย พบได้ทั่วไปตามผิวหนัง ขน ผม ช่องปาก ระบบทางเดินอาหารสัตว์

 

แต่ที่พบว่าเป็นสาเหตุทำให้เกิดสิวคือชนิด “P.acnes” ที่จะผลิตกรดโพรพิโอนิคขึ้นมา เจริญเติบโตได้ด้วยความสามารถในการใช้น้ำตาลกลูโคสแบบไม่ต้องใช้ออกซิเจน พบได้มากที่บริเวณจมูก เป็นสาเหตุของการเกิดสิวที่พบได้บ่อยที่สุด สามารถทำให้ผิวระคายเคือง อักเสบ บวมแดง เป็นหนอง ที่เรียกกันว่าสิวอักเสบนั่นเอง

 

ผลกระทบจากเชื้อแบคทีเรีย P.acnes

เนื่องจากเชื้อแบคทีเรียชนิดนี้อาศัยอยู่ในรูขุมขน ผลกระทบที่ตามมาตัวเชื้อ P. acnes จะทำการหลั่งเอนไซม์ chemotactic factor, hyaluronidase และ protease ออกมา เป็นตัวการทำให้ผิวหนังของเราอักเสบ มีการผลิตเอนไซม์ไลเปส เพื่อย่อยสลายไตรกลีเซอไรด์ในไขมันที่มาจากกต่อมไขมัน ให้กลายเป็นกรดไขมันอิสระ ช่วยทำให้พวกมันเจริญเติบโตได้ดียิ่งขึ้น การรักษาที่ผิดวิธี จะยิ่งทำให้ปฏิกิริยาการอักเสบรุนแรงขึ้น กลายเป็นหัวสิวในลักษณะต่างๆ ตามมา เรายังสามารถพบ P. acne ในระบบทางเดินอาหาร เช่นเดียวกับเชื้อแบคทีเรียอื่นๆ ดังนั้นการลดสิวในกลุ่มคนที่พบเชื้อแบคทีเรียชนิดนี้ จึงจำเป็นต้องได้รับยารักษาสิวที่สามารถกำจัดเชื้อแบคทีเรียได้ตรงตามสายพันธุ์ ซึ่งไม่จำเป็นต้องพึ่งยาปฏิชีวนะ หรือยาต้านจุลชีพที่มีผลข้างเคียง

 

สำหรับใครที่มีปัญหาเรื่องสิว หากกำลังมองหาวิธีลดสิว และลดรอยสิว ลองหันมาใช้วิธีธรรมชาติ โดยการปฏิบัติตามคำแนะนำในการลดสิวที่จะช่วยป้องกันการเกิดสิวได้ผล และการนำสมุนไพรอย่างผักผลไม้มาใช้รักษากันดู นอกจากจะให้ผลลัพธ์ที่ดีเกินคาดแล้ว ยังให้ความปลอดภัยแก่ผิวหน้าได้อย่างไร้กังวลอีกด้วย

วิธีลดรอยสิว รอยดำ เปลี่ยนหน้าสิวให้เป็นหน้าใสง่ายๆ

เป็น สิว ก็ว่าน่าเบื่อแล้ว แต่เป็นสิวแล้วยังทิ้งรอยไว้อีก ยิ่งน่าเบื่อเข้าไปใหญ่ค่ะ เพราะ รอยสิว ใช่ว่าจะหายกันได้ง่ายๆ ยิ่งอายุมากขึ้น รอยก็ยิ่งหายช้าลง หน้าสดก็ไม่สวย แถมยังต้องแต่งหน้าหนาๆ ปิดรอยสิวอีก ใครที่กำลังเจอปัญหาน่าหงุดหงิดแบบนี้อยู่ล่ะก็ มาดูวิธีลดรอยดำบนใบหน้าที่เรานำมาฝาก ทั้ง 7 วิธีนี้กันเลย!

  1. กินวิตามิน

สำหรับคนที่ไม่ชอบทาครีมหรือทายาลดรอยใดๆ การกินวิตามินเสริมที่ช่วยในการลดรอยสิว ช่วยหน้าขาวใส ก็ช่วยได้เช่นกันค่ะ แต่การกินวิตามินอาจจะต้องใช้ระยะเวลาในการเห็นผล อย่างน้อย 1-2 เดือน และต้องกินเป็นประจำต่อเนื่อง จึงจะเห็นผลชัดที่สุด ซึ่งวิตามินที่ช่วยในการลดรอยสิวก็ได้แก่ วิตามินซี วิตามินอี โดยวิตามินเหล่านี้สามารถหาซื้อได้ทั่วไปค่ะ มีหลากหลายยี่ห้อทั้งไทยและนอก ถ้าจะให้ดีควรศึกษาข้อมูลการกินที่ถูกต้องก่อนเลือกซื้อจะดีที่สุดค่า

 

  1. ทายาลดรอยสิว

วิธีนี้เป็นวิธีง่ายๆ สำหรับใครที่ต้องการให้รอยสิวหายไวๆ ค่ะ ซึ่งยาในกลุ่มลดรอยสิว ก็มีหลากหลายให้เลือก ไม่ว่าจะเป็น Mederma, Hiru Scar, Puricas, Medmaker, Smooth E Cream โดยควรทาเป็นประจำเช้า-เย็น แต่ทายาลดรอยสิวแล้ว อย่าลืมทาครีมกันแดดด้วยนะคะ เพื่อป้องกันไม่ให้รอยดำ รอยแดงเข้มกว่าเดิม และหายช้ามากขึ้นไปอีก!

 

  1. ทาเจลว่านหางจระเข้

เจลว่านหางจระเข้ เป็นอีกหนึ่งไอเท็มค่ะ ที่ช่วยรักษาสิวได้ดี จะสิวอักเสบ รอยสิว รอยดำ รอยแดง ก็สามารถจัดการได้ ซึ่งถ้าใครไม่สามารถหาว่านหางจระเข้สดได้ ก็มีเจลว่านหางจระเข้เกือบ 100% ให้เลือกซื้อหลากหลายแบรนด์ค่ะ สำหรับใครที่ผิวแพ้ง่าย แนะนำว่าให้เลือกซื้อแบบที่ไม่มีน้ำหอมและแอลกอฮอล์จะดีต่อผิวหน้าที่สุดค่า

 

  1. มาส์กหน้าด้วยแผ่นมาส์กหน้า

แผ่นมาส์กหน้า ไม่ได้มีดีแค่ช่วยให้หน้านุ่มชุ่มชื่นขึ้นเท่านั้นนะคะ แต่ยังมีบางตัวบางสูตรที่ช่วยในเรื่องของการลดรอยสิวได้ด้วย! ซึ่งการเลือกซื้อแผ่นมาส์กหน้าก็แนะนำให้เลือกซื้อแบบที่ไม่มีน้ำหอมและแอลกอฮอล์เช่นกันค่ะ เพื่อป้องกันการแพ้

 

  1. มาส์กหน้าด้วยสมุนไพร

นอกจากการมาส์กหน้าด้วยแผ่นมาส์กหน้าแล้ว การใช้สมุนไพรไทยๆ ของบ้านเรามามาส์กหน้าก็ช่วยได้ดีเช่นกันค่ะ ไม่ว่าจะเป็นแตงกวา หอมแดง มะละกอ น้ำมันมะกอก น้ำผึ้ง ซึ่งสรรพคุณของสมุนไพรไทยก็มีทั้งช่วยลดสิวอักเสบ ช่วยรักษาจุดด่างดำ และลดผิวที่ดำคล้ำ แนะนำให้มาส์กครั้งละประมาณ 20 นาที สัปดาห์ละ 2 ครั้งค่ะ

 

  1. เลเซอร์รอยสิว

หรือถ้าใครอยากได้วิธีลดรอยสิวที่เร็วที่สุด ก็ต้องพึ่งการเลเซอร์นี่ล่ะค่ะ แม้ว่าราคาจะสูงไปสักหน่อย แต่ถ้าทำต่อเนื่องประมาณ 3-4 ครั้ง ก็จะเห็นผลรวดเร็ว และจุดด่างดำต่างๆ ก็จะจางลงเร็วกว่าการทายาหรือปล่อยให้หายเองตามธรรมชาติค่ะ

 

  1. ดื่มน้ำเปล่ามากๆ

บอกเลยว่าจากวิธีทั้งหมดข้างต้นจะได้ผลมากขึ้นค่ะ ถ้าสาวๆ ดื่มน้ำเปล่ามากขึ้นด้วย! เพราะน้ำเปล่า จะช่วยดีท็อกซ์ของเสียในร่างกาย ช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งขาวผ่องมากขึ้น ทำให้รอยสิวต่างๆ จางลงเร็วขึ้น! โดยใน 1 วัน ควรดื่มให้ได้วันละ 8 แก้ว หรือมากกว่านั้นถ้าอยากได้ผิวใสๆ หน้าสวยๆ !

 

 

วัตถุดิบรักษาสิวด้วยวิธีธรรมชาติ สำหรับสาวผิวแพ้ง่าย

วิธีรักษาสิว

เรื่องของ สิว อาจนับได้ว่าเป็นปัญหาใหญ่ของใครหลายๆ คน ไม่ว่าจะเป็นสิวเสี้ยน สิวผด หรือสิวอักเสบ ไม่ว่าจะสิวเม็ดใหญ่ เม็ดเล็ก ต่างก็เป็นปัญหาที่ไม่ว่าจะทำให้หายไปยังไงก็ต้องกลับมาเป็นอีกเหมือนเดิม นั่นอาจไม่ใช่สาเหตุจากฝุ่น หรือสิ่งสกปรกเพียงอย่างเดียว แต่น่าจะเป็นเรื่องของสุขภาพร่างกาย การรับประทานอาหาร และการพักผ่อนก็มีส่วนที่ทำให้เกิดสิวได้เช่นกัน

 

สิว นั้นมักขึ้นเยอะที่บริเวณใบหน้า โดยเฉพาะคอและหลัง หากสาวๆ รักษาอย่างไม่ถูกวิธี รวมถึงยิ่งเป็นคนที่มีผิวหน้าแพ้ง่ายแล้วละก็ อาจจะทำให้เกิดการอักเสบ เป็นแผล ไปจนถึงผิวหนังติดเชื้อตามมาได้ ครั้นจะไปหาหมอก็น่าจะหมดเงินไปกับค่ารักษาเยอะอยู่เหมือนกัน แต่! อย่าเพิ่งกังวลไป ที่บอกแบบนี้ไม่ใช่ว่าจะไม่มีทางรักษาให้หายด้วยตัวเองได้ เพราะ Sanook! Women ได้ลองเดินไปค้นทั้งในครัวและทั่วบ้านแล้วพบว่า ยังมีวัตถุดิบที่ช่วยรักษาสิวในแบบวิถีธรรมชาติได้ เอามาฝากกันถึง 5 อย่างด้วยกัน ไปเริ่มอ่านแล้วลองทำตามกันเลย

 

  1. สมุนไพรที่มีอยู่ติดบ้าน อย่าง ไพล , ขมิ้น , ทานาคาฯ ช่วยได้

สมุนไพรบางอย่างที่เรามีติดตู้อยู่ที่บ้าน ไม่ว่าจะมีไว้ประกอบอาหาร หรือมีไว้สำหรับประโยชน์ในด้านอื่นๆ สาวๆ บางคนอาจไม่นึกว่ามันก็สามารถที่จะนำมาแก้ปัญหาสิวที่คอยกวนใจเราอยู่ทุกวันได้อย่างเห็นผลดีทีเดียว เพราะสมุนไพรนั้นถือว่าเป็นพืชที่มีสรรพคุณทางยา นอกจากจะนำมารักษาโรคบางอย่างแล้ว ก็ยังสามารถนำมาช่วยรักษาสิวตามแบบธรรมชาติได้อีกด้วย ลองมาดูกันดีกว่าว่าอะไรที่เป็นสมุนไพรใกล้ตัว น้ำมาใช้รักษาสิวได้

 

ไพล เป็นสมุนไพรอย่างแรกที่ใช้รักษาสิวได้ มีสรรพคุณช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ลดการเกิดสิวใหม่ได้อย่างดีเยี่ยม สิ่งที่ต้องเตรียมก็มี ไพลและดินสอพอง เริ่มต้นให้นำเหง้าไพรมาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ จากนั้นนำไปตำให้ละเอียด ปิดท้ายด้วยการผสมดินสอพองลงไป แล้วคนให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกัน ก็เป็นอันเสร็จ นำมาพอกหน้าให้ทั่ว ทิ้งไว้ประมาณ 15 – 20 นาที แล้วล้างออก สิวอักเสบก็จะค่อยยุบตัวลง หน้าใส และนิ่มขึ้น ไม่เป็นอันตรายต่อสาวๆ ที่มีผิวแพ้ง่าย เพราะเป็นวัตถุดิบจากธรรมชาติล้วนๆ

 

ขมิ้น เป็นสมุนไพรรักษาสิวอย่างที่สองที่สาวๆ นิยมนำมาใช้กันมากที่สุด จากปกติที่เคยเห็นว่าขมิ้นนั้นช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง นวลเนียนเมื่อนำมาพอกที่ผิวกาย หรือผิวหน้า แต่รู้หรือไม่ว่าขมิ้นนั้นก็ยังสามารถช่วยให้สิวยุบหายไปได้ด้วย โดยสำหรับสูตรนี้แนะนำให้ใช้ขมิ้นสดเล็กน้อย ดินสอพอง และมะนาว 1 ลูก เริ่มหั่นขมิ้นสดออกเป็นชิ้นเล็กๆ จากนั้นก็นำไปปั่นรวมกับดินสอพอง และน้ำมะนาวจนเข้าไปที่ได้เป็นเนื้อครีมเหนียวๆ หนืดๆ เมื่อเสร็จแล้วก็นำมาพอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ 15 – 20 นาที แล้วล้างออก สิวและจุดด่างดำก็จะค่อยๆ ยุบและเลือนหายไป อีกทั้งยังเป็นการบำรุงผิวของเราไปด้วย ส่วนใครที่ต้องการเพียงแค่แต้มไว้ยังจุดที่เป็นสิวก็สามารถทำได้ แต้มแล้วทิ้งไว้ทั้งคืนค่อยล้างออก ทำเป็นประจำ 3 – 4 สัปดาห์ ใบหน้าของสาวๆ ก็จะกลับมาสวยใสได้อีกครั้งหนึ่ง

 

ทานาคา เป็นสมุนไพรรักษาสิวอีกหนึ่งตัวที่สาวๆ บอกกันมาว่าดีงาม ซึ่งทานาคานั้นเป็นผงที่ได้จากเปลือกไม้ที่มีต้นกำเนิดมาจากพม่า โดยเฉพาะสาวๆ พม่านั้นนิยมเอามาทาหน้าเพื่อเป็นการบำรุงผิว ป้องกันแสงแดด และป้องกันการเกิดสิวได้อย่างดีอีกด้วย มีสรรพคุณที่ช่วยลดการอักเสบของผิวหนัง ผดผื่นคัน ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ลดความมันบนใบหน้าที่เป็นสาเหตุของการเกิดสิว สำหรับสูตรนี้ก็ทำได้ไม่ยาก เพียงเตรียม ผงทานาคา น้ำผึ้ง และน้ำสะอาด ในปริมาณที่เท่าๆ กัน ผสมให้เข้ากัน จากนั้นนำมาพอกให้ทั่วหน้า อาจจะเน้นไปที่บริเวณที่เป็นสิวเยอะหน่อย ทิ้งไว้ประมาณ 15 – 20 แล้วล้างออก นอกจากจะเหมาะกับผู้ที่มีผิวแพ้ง่ายแล้ว ผลลัพธ์ที่ได้จะต้องทำให้สาวๆ ตกใจกับความเปลี่ยนแปลงแน่นอน !

 

  1. แต้มสิวหยุดให้อยู่หมัดด้วย ยาสีฟัน

แน่นอนว่า ยาสีฟัน ต้องเป็นสิ่งที่แต่ละบ้านต้องมีไว้อยู่แล้ว เพราะเป็นสิ่งสำคัญที่จะขาดไม่ได้ทุกเช้า หลังกินข้าว และก่อนนอน เท่าที่เคยได้อ่านคอมเมนต์ต่างๆ เกี่ยวกับเรื่องของการรักษาสิว ต่างก็เกิดความกังวลกันว่า ยาสีฟันจะช่วยรักษาสิวได้จริงๆ หรอ ? ต้องขอบอกตรงเลยว่าจริง ! แต่ไม่ใช่ว่าจะเป็นยาสีฟันอะไรก็ได้ ต้องเป็นยาสีฟันที่มีสีขาวเท่านั้น เพราะมีส่วนผสมของ Baking Soda, Hydrogen Peroxide, Triclosen ที่ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ทำให้สิวยุบเร็ว ที่สำคัญอยากให้เลือกที่มีส่วนผสมของ Fluoride น้อย หากว่าเป็นสูตรธรรมชาติได้ก็ยิ่งดี และให้งดใช้ยาสีฟันที่เป็นสูตร Whitening เพราะมีสารฟอกขาวที่อาจกัดผิวหน้าของเราได้ จากที่แพ้อยู่เป็นทุนเดิมก็จะยิ่งเป็นมากไปกันใหญ่ไม่ดีแน่

 

วิธีใช้ยาสีฟันรักษาสิว ให้สาวๆ เริ่มต้นล้างหน้าด้วยน้ำอุ่น จากนั้นก็บีบยาสีฟันที่เตรียมไว้ออกมาเล็กน้อยบนนิ้วชี้ จากนั้นป้ายยาสีฟันบางๆ ลงบนสิวโดยตรง พยายามอย่าให้ยาสีฟันไปถูกบริเวณที่ไม่เป็นสิว หรือป้ายๆ ลงไปรัวๆ เนื่องจากว่ายาสีฟันจะช่วยให้สิวแห้งเร็ว เร็วเกินไปจนผิดปกติ อาจถึงขั้นทำให้ผิวหน้าของเราระคายเคืองได้ ป้ายยาสีฟันทิ้งไว้ประมาณ 2 ชั่วโมง หากเกิดอาการคันให้ทิ้งไว้แค่ 15 – 30 ก็เพียงพอ แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น ทำเช่นเป็นประจำจนกว่าสิวจะหายแล้วหยุด ไม่ควรใช้พร่ำเพื่อ

 

  1. น้ำมะนาว ช่วยบรรเทาให้สิวหาย

ในน้ำมะนาวนั้นจะมี วิตามินซี เป็นส่วนประกอบ มีสรรพคุณที่ช่วยในเรื่องการสมานแผล ทำให้สิวเป็นอยู่แห้งลงและจางไปได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งในปัจจุบันการใช้น้ำมะนาวรักษาด้วยวิธีธรรมชาติก็มีอยู่หลายสูตร แต่จะขอแนะนำสูตรที่เป็นการใช้น้ำมะนาวเพียวๆ ก็เวิร์คเช่นกัน เริ่มต้น แนะนำให้ใช้มะนาวสด งดน้ำมะนาวขวด เพราะมีเบอร์เซนต์ของการเป็นมะนาวปลอมอยู่สูงมาก จากนั้นก็ให้บีบน้ำมะนาวสดใส่ถ้วยเล็กๆ ที่เตรียมไว้ นำมาทายังจุดที่เป็นสิว ทิ้งไว้ราวๆ 1 ชั่วโมง แต่บอกไว้ก่อนว่าถ้าเป็นสิวแผลเปิดก็อาจจะแสบอยู่หน่อยๆ เพื่อความสวยต้องอดทนเนาะ ทำเช่นนี้เป็นประจำต่อเนื่อง 1 – 2 สัปดาห์ ก็จะเห็นว่าสิวที่เป็นจะค่อยๆ จางลงจนเห็นได้ชัด

 

  1. เบคกิ้งโซดา ทำขนมได้ รักษาสิวก็ดี

เป็นอีกหนึ่งวัตถุดิบที่สามารถนำมารักษาอาการสิบอักเสบได้เป็นอย่างดี รู้จักกันดีในชื่อของ ผงฟู หรือชื่อทางวิทยาศาสตร์ คือ โซเดียมไบคาร์บอเนต ที่มีส่วนช่วยในการควบคุมระดับ pH ของผิว และช่วยผลัดเซลล์ผิวใหม่ให้ผิวหน้าของเราได้ อาจลองนำมาทำเป็นครีมพอกผิวสำหรับสาวๆ ที่กำลังเจอปัญหาสิวอักเสบ และกำลังลุกลามไปทั่วทั้งใบหน้า ให้เตรียมส่วนผสมเป็น เบคกิ้งโซดา น้ำตาล น้ำร้อน น้ำมันงา และผ้าก็อซ เริ่มต้นให้เราต้มนำให้เดือด จากนั้นให้ใส่น้ำตาล และเบคกิ้งโซดาลงไปอย่างละ 1 ช้อนชา คนให้เข้ากัน รอให้น้ำอุ่นลง เมื่ออุ่นได้ที่แล้วให้นำผ้าก็อซลงชุดแล้วบิดให้หมาดๆ นำไปปิดไว้ตรงบริเวณที่สิวอักเสบ หรือบริเวณหัวสิว ทิ้งไว้สักพัก ปิดท้ายด้วยการทำความสะอาดผิวด้วยน้ำอุ่น แล้วทาน้ำมันงาให้บริเวณผิวหน้าที่เป็นสิว ทิ้งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง จึงทำความสะอาดผิวอีกครั้งหนึ่ง ทำเช่นนี้อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง จะสังเกตได้ว่าผิวหน้าของสาวๆ จะกลับมาเนียนใส เปล่งปลั่ง ดูดีได้อีกครั้ง

 

  1. มาส์กหน้าด้วย ไข่ขาว สิวเสี้ยนหาย หน้าตึงใส

วิธีรักษาสิวด้วยไข่ขาวนี้สาวๆ กระซิบบอกมาว่าเป็นวิธีการรักษาสิวแบบธรรมชาติที่เห็นผลได้อย่างดีมาก เริ่มแรกด้วยการล้างหน้าให้สะอาด เช็ดหน้าให้แห้ง จากนั้นให้เตรียมไข่ขาว ตอกไข่ และแยกเอาไข่แดงออก เสร็จแล้วให้ทาไข่ขาวลงบนใบหน้าบางๆ แล้วปล่อยให้ทิ้งไว้ให้แห้งประมาณ 10 นาที ล้างออกด้วยน้ำอุ่น ทำแบบนี้เป็นประจำสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ก็จะเห็นความแตกต่างว่าผิวของคุณสาวๆ กระชับมากขึ้น

 

คำแนะนำเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดสิว

นอกจากวัตถุดิบธรรมชาติที่จะนำมาใช้เป็นตัวช่วยในการรักษาสิวแล้ว พฤติกรรมก็เป็นเรื่องสำคัญ หากเราไม่ปรับเปลี่ยน ปัญหาสิวก็อาจจะวกกลับมาหาสาวๆ อีกครั้งก็เป็นได้ แล้วพฤติกรรมแบบไหนล่ะ ? ที่จะช่วยให้เราห่างไกลจากปัญหาสิว

 

หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมัน โดยเฉพาะสาวๆ ที่มีผิวหน้ามัน

หากผิวหน้ามัน ควรใช้กระดาษซับหน้ามันซับออก

แนะนำให้สระผมบ่อยๆ ไม่ควรปล่อยให้ผมมัน และลงมาปรกตามใบหน้า รวมถึงให้หลีกเลี่ยงการใช้น้ำมันใส่ผม หรือโฟมแต่งผม

หากมือสกปรก ให้งดสัมผัสที่บริเวณหน้า

ควรล้างหน้าด้วยน้ำยาล้างหน้าอย่างอ่อน (Gentle Cleanser) แบบไม่มีฟอง ไม่ควรใช้สบู่ล้างหน้า เนื่องจากความเป็นด่างของสบู่อาจทำให้เกิดการระคายผิวและก่อให้เกิดสิวได้

แนะนำให้ล้างหน้าเพียงวันละ 2 – 3 ครั้ง โดยดูจากความจำเป็น ดูจากลักษณะผิว หรือตามสภาพแวดล้อมที่เป็นอยู่ การล้างหน้ามากจนเกินไปอาจทำให้ต่อมไขมันทำงานมากขึ้น และผลิตไขมันมากจนผิดปกติ อาจก่อให้เกิดการอุดตันของไขมันจนกลายเป็นสิวได้

ควรหลีกเลี่ยงสาเหตุที่ทำให้เกิดสิว อาทิ การใช้เครื่องสำอาง หรือครีมกันแดดที่จะไปเพิ่มความมันบนใบหน้าได้

หากสาวๆ มีความจำเป็นต้องใช้เครื่องสำอาง หรือโลชั่น แนะให้เลือกเครื่องสำอางที่ปราศจากน้ำมัน (Oil Free) หรือโลชั่นที่ระบุว่าให้ก่อให้เกิดสิว (Non-Acnegenic) และไม่ก่อให้เกิดการอุดตัน (Non-Comedongenic)

พักผ่อนให้เพียงพอ ไม่ควรนอนดึก หรืออดนอน ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ทำจิตใจให้แจ่มใส ไม่เครียด หรือวิตกกังวลมากจนเกินไป เพราะความเครียดนี้เองจะไปกระตุ้นต่อมไขมันให้หลั่งไขมันออกมามากยิ่งขึ้น

งดเว้นพฤติกรรมที่อาจก่อให้เกิดอาการท้องผูก เพราะเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดสิวได้ เนื่องจากอาหารตกค้างอยู่ในท้องนั้นเป็นอาหารที่ร่างกายไม่ต้องการ อาจทำให้เกิดการดูดซึมและทำให้เกิดปฏิกิริยาที่ทำให้เกิดสิวได้

12 วิธีรักษาสิวอักเสบ แบบธรรมชาติ อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ

12 วิธีรักษาสิวอักเสบ แบบธรรมชาติ อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ บุคลิกภาพที่ดีเป็นภาพลักษณ์ภายนอกและจุดเริ่มต้นของความมั่นใจในการพบปะผู้คน รวมถึงการใช้ชีวิตในสังคมทั้งหน้าที่การงานและประสบการณ์ต่างๆ

 

แต่ถ้าผิวหน้าของเรานั้นไม่สดใส เต็มไปด้วยสิวอักเสบ สิวหนอง และรอยแผลเป็นจากสิว ก็จะยิ่งลดทอนความมั่นใจจนอาจจะทำให้เสียโอกาสดีๆ ในชีวิตไปเลยทีเดียว — วิธีรักษาสิวอักเสบ

 

สิวอักเสบ

 

อุปสรรคที่เกิดจากสิวอักเสบหรือสิวหนอง

สิวอักเสบ ที่บวมแดงและมีหนองจะมีลักษณะเป็นรอยแดงช้ำ ซึ่งในผู้ชายที่เป็นสิวอักเสบจะมองเห็นได้อย่างชัดเจน เนื่องจากไม่มีเครื่องสำอางมาปกปิดนั่นเอง สำหรับผู้หญิงที่ถึงแม้ว่าจะแต่งหน้าปกปิดได้ก็ตาม แต่การเมคอัพเพื่อกลบรอยสิวก็ยิ่งทำให้สิวเห่อและลุกลามหนักกว่าเดิม

 

2 สาเหตุการเกิดสิวอักเสบ

สาเหตุการเกิดสิวอักเสบ จริงๆ แล้วสิวอักเสบก็เกิดมาจากสิวทั่วไป เพียงแต่มีการอักเสบที่เกิดจากการติดเชื้อ จึงทำให้สิวธรรมดาๆ มีอาการบวมแดงและอักเสบเป็นหนอง โดยสาเหตุหลักๆ นั้นมี 2 ประการ ดังนี้

 

1 . เกิดจากมือของเรา เพราะอาการคันไม้คันมือที่ชอบบีบ แคะ แกะ เกา ทั้งสิวชนิดมีหัวหรือไม่มีหัวก็ตาม จึงทำให้หัวสิวแตกและเกิดการรั่วของคอมีโดน (Comedone) ก่อให้เกิดการอักเสบและติดเชื้อแบคทีเรีย Staphylococci / Streptococci

 

2 . เกิดจากเชื้อประจำถิ่น เป็นเชื้อแบคทีเรียที่เรารู้จักกันเป็นอย่างดีว่า Propionibacterium acnes หรือ Acnes นั่นเอง โดยจะกินไขมันบนผิวหน้าของเราเป็นอาหารและสามารถเจริญเติบโตได้ดี หากมีการอุดตันของไขมันที่ก่อให้เกิดการอักเสบของผิวหนัง จากนั้นจึงสร้างเอนไซม์ที่เปลี่ยนไขมันให้กลายเป็นกรดไขมันอิสระ (Free Fatty Acid) ซึ่งก่อให้เกิดอาการระคายเคือง

 

5 ประเภทของสิวอักเสบ

1 . สิวเสี้ยน (Trichostasis spinulosa) คือ การอุดตันของกลุ่มขนอ่อน (Vellus hair) ที่อยู่ในรูขุมขน ซึ่งอาจจะพบแค่เพียงเส้นเดียวหรือหลายเส้นก็ได้ มักจะเกิดบริเวณจมูก คาง และหลัง

 

2 . สิวชนิดตุ่มนูนแดง (Papule) เป็นการอักเสบแค่ส่วนบนของผิวหนังเท่านั้น

 

3 . สิวชนิดหัวหนอง (Pustule) มีทั้งชนิดที่อยู่บนผิวหนังชั้นตื้นและที่อยู่ลึกลงมา ซึ่งถ้าเป็นหนองบนผิวหนังชั้นตื้นๆ จะสามารถรักษาให้หายได้รวดเร็วกว่าสิวชนิดตุ่มนูนแดง

 

4 . สิวอักเสบและเป็นก้อนลึก (Nodule) เป็นสิวอักเสบชนิดที่อยู่ลึกลงไปและเป็นก้อนบวม มักจะใช้เวลาในการรักษาค่อนข้างนานและทำให้เกิดแผลเป็นได้ง่าย

 

5 . สิวชนิดเป็นถุงขนาดใหญ่ใต้ผิวหนัง (Cyst) รู้จักกันในชื่อ “สิวหัวช้าง” และก่อให้เกิดรอยแผลเป็นขนาดใหญ่

 

3 วิธีรักษาสิวอักเสบ

หลักการรักษาสิวอักเสบก็คือ เราจะต้องเอาหัวหนองออกให้หมด จากนั้นจึงค่อยดูแลรักษาด้วยการรับประทานยาปฏิชีวนะหรือทายาภายนอก โดยการรักษาสิวอักเสบสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ระยะ

 

1 . สิวเป็นไต มีลักษณะเป็นตุ่มแดงและแข็ง เมื่อกดหรือสัมผัสจะรู้สึกเจ็บแต่ว่าไม่มีหัวหนอง เวลาล้างหน้าแล้วมือไปโดนนั้นเจ็บมาก ก่อให้เกิดความรำคาญและรักษาหายช้า อีกทั้งยังเห็นเป็นรอยนูนแดงชัดเจน สำหรับวิธีการรักษาคือให้แต้มยาทาสิวหรือสมุนไพรสำหรับทาสิวเพื่อลดการอักเสบ สิวจะค่อยๆ ยุบลงไปโดยไม่มีหัวหนอง แต่จะต้องใช้เวลานานพอสมควร

 

2 . มีหัวหนองและหัวสิวยังไม่สุก วิธีการรักษาที่ดีที่สุดในระยะนี้คือ ควรกระตุ้นให้หัวสิวสุกโดยเร็วที่สุด เพราะเราจะต้องเอาหนองออกมาให้หมด แต่เพื่อเป็นการป้องกันเกิดรอยแผลเป็น ควรจะต้องเอาหนองออกในช่วงเวลาที่สิวสุก ด้วยการออกกำลังกายให้ร่างกายของเราเกิดความร้อน

 

ซึ่งจะช่วยเร่งให้สิวสุกเป็นหนองเร็วมากขึ้น และเมื่อสิวสุกแล้วควรกดเอาหนองออกให้หมด จากนั้นใช้ครีมแต้มสิวทาบ่อยๆ ก็จะเริ่มตกสะเก็ดแล้วค่อยแต้มด้วยครีมลดรอยแผลเป็นจากสิว ทั้งนี้เราต้องไม่ลืมว่าการกดสิวจะต้องทำในช่วงที่สิวสุกเท่านั้น มิเช่นนั้นจะเกิดสิวหัวหนองซ้ำที่บริเวณเดิมๆ

 

3 . สิวสุก เราสามารถเจาะเอาหัวหนองออกให้หมดในระยะนี้ได้ ซึ่งสิวจะหายไปเองโดยไม่เกิดการติดเชื้อ หรืออาจจะทาครีมแต้มสิวและครีมลดรอย เพื่อป้องกันการเกิดแผลเป็นในระยะยาว

 

วิธีป้องกันสิวอักเสบเบื้องต้น

1 . เลิกสัมผัสใบหน้าด้วยมือ เราต้องเลิกแคะ แกะ หรือเกาบนใบหน้าด้วยมือเสียที เนื่องจากมือของเราที่สัมผัสผิวหน้ามักจะมีสิ่งสกปรกและเชื้อแบคทีเรียที่มองไม่เห็น ซึ่งถ้าหากมีสิวอยู่แล้วก็อาจจะทำให้เชื้อโรคเข้าสู่หัวสิวแล้วพัฒนาเป็นสิวอักเสบได้

 

2 . หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมบางชนิด โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ Olive oil และ Lanolin หรือมีส่วนประกอบของน้ำมัน เพราะจะทำให้เกิดการอุดตันของรูขุมขนได้

 

3 . ล้างหน้าให้สะอาด เป็นการทำความสะอาดผิวหน้าเพื่อขจัดสิ่งสกปรกที่คั่งค้างหรืออุดตันในรูขุมขนออกให้มากที่สุด ซึ่งไม่ใช่แค่เพียงการล้างหน้าบ่อยๆ เท่านั้น แต่ต้องล้างหน้าอย่างมีประสิทธิภาพ จึงจะช่วยขับของเสียและน้ำมันที่ตกค้างบนผิวหน้าไม่ให้อุดตันจนกลายเป็นสิว

 

4 . เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ ที่มีน้ำเป็นส่วนประกอบหลักและไม่ก่อให้เกิดสิว ผลิตภัณฑ์สำหรับผิวหน้าประเภท Water – based หรือ Oil – free จะเหมาะกับผิวที่เป็นสิวมากกว่า เพราะผิวหน้าของเราต้องการความชุ่มชื้นมากกว่า เพื่อเป็นการสร้างความยืดหยุ่นเต่งตึงให้กับผิวพรรณ และไม่ก่อให้เกิดสิวเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย (Non – Comedogence)

 

5 . การมาส์กหน้าด้วยสมุนไพร เป็นการรักษาสิวอักเสบด้วยสมุนไพรจากธรรมชาติ โดยให้ประสิทธิภาพในการรักษาแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละคน ดังนั้นเราจึงควรเลือกสูตรมาส์กหน้าให้เหมาะกับสภาพผิวของตนเองด้วยสมุนไพรรักษาสิว

วิธีการใช้ยารักษาสิว รักษาสิวให้หายเร็ว

ใช้ยารักษาสิวสมุนไพร

1 ใช้น้ำมันทีทรี. น้ำมันทีทรีมักถูกใช้เป็นประจำในเรื่องของสิว, บาดแผล, แผลติดเชื้อ และแผลที่ผิวหนัง  สำหรับการรักษาสิว ให้ใช้น้ำมันทีทรีที่มีความเข้มข้น 5-15 เปอร์เซ็นต์ หยดลงบนก้อนสำลี 2-3 หยดและซับเบาๆ บริเวณที่เป็นสิว

ห้ามรับประทานน้ำมันทีทรี คุณยังควรไม่เปิดมันค้างโดนอากาศนานเกินไป น้ำมันทีทรีที่เกิดปฏิกิริยาอ็อกไซด์แล้วนั้นอาจก่อให้เกิดอาการแพ้ได้ง่ายกว่าน้ำมันทีทรีสด

 

2 ใช้น้ำมันโจโจบา. หยดน้ำมันโจโจบาลงบนก้อนสำลีสัก 5-6 หยดแล้วนำไปซับเหนือบริเวณสิว น้ำมันโจโจบานั้นสกัดมาจากเมล็ดของต้นโจโจบา มันมีคุณสมบัติคล้ายคลึงกับน้ำมันธรรมชาติ (ซีบัม) ที่ผิวคุณผลิตขึ้น แต่มันไม่ไปอุดรูขุมขนหรือทำให้เกิดน้ำมันส่วนเกิน

น้ำมันโจโจบาจะทำให้ผิวชุ่มชื้นอยู่เสมอ มันมักไม่ก่อให้เกิดอาการระคายเคือง แต่ทางที่ดีก็ควรปรึกษาหมอผิวหนังก่อนใช้มันในกรณีที่คุณเป็นพวกผิวแพ้ง่าย

 

3 ใช้น้ำมันจูนิเปอร์. น้ำมันจูนิเปอร์เป็นสารสมานผิวที่ปราศจากเชื้อโรคตามธรรมชาติ คุณสามารถใช้มันเป็นตัวทำความสะอาดใบหน้าและตัวปรับสภาพผิวเพื่อสลายรูขุมขนอุดตันและรักษาสิว, ผิวหนังอักเสบ หรือกลากได้ ให้เหยาะน้ำมันลงบนก้อนสำลี 1-2 หยดหลังการล้างหน้า

หลีกเลี่ยงการใช้น้ำมันจูนิเปอร์มากเกินไป ไม่งั้นมันอาจทำให้ผิวระคายเคืองและทำให้สภาพแย่ลงกว่าเดิม

 

4 ทาเจลว่านหางจระเข้. การทาเจลว่านหางจระเข้ทุกวันช่วยฟื้นสภาพผิว คุณหาซื้อมันได้ตามร้านขายยาทั่วไป ว่านหางจระเข้เป็นพืชที่มีความชุ่มฉ่ำพร้อมคุณสมบัติต่อต้านเชื้อโรค ซึ่งใช้ได้ผลกับการรักษาสิวและลดอาการอักเสบ มันจะป้องกันแบคทีเรียจากแผลสิวติดเชื้อและเร่งกระบวนการเยียวยารักษา

คนบางคนอาจแพ้ว่านหางจระเข้ หากเกิดรอยผื่นแดง ให้หยุดใช้และปรึกษาหมอผิวหนัง

 

5 ใช้เกลือสมุทร. มองหาโลชั่นหรือครีมเกลือสมุทรที่มีโซเดียมคลอไรด์น้อยกว่า 1% ทาทิ้งไว้ 5 นาทีวันละหกครั้ง จากการศึกษาพบว่าเกลือสมุทรอาจมีคุณสมบัติต่อต้านการอักเสบ, ชะลอวัยและปกป้องผิวต่อรังสีอุลตราไวโอเล็ตที่เป็นอันตราย คุณสามารถใช้เกลือสมุทรเป็นมาสก์หน้าเพื่อลดความเครียดได้ด้วยมองหาเกลือสมุทรและผลิตภัณฑ์เกลือสมุทรตามร้านขายเวชสำอางทั่วไป

คนที่มีสิวระดับเบาบางถึงระดับปานกลางสามารถใช้ผลิตภัณฑ์เกลือสมุทรได้อย่างไม่มีปัญหา คนที่มีผิวแห้ง, ผิวแพ้ง่าย หรือเป็นสิวระดับปานกลางขึ้นไปถึงระดับรุนแรงควรจะต้องพบหมอผิวหนังก่อนจะเริ่มทำการใช้เกลือสมุทร เนื่องจากมันอาจทำให้ผิวแห้งและระคายเคืองได้

 

มองหาวิธีรักษาสิวจากมืออาชีพ

1 ลองพิจารณาการใช้แสงบำบัด. เลเซอร์และการใช้แสงบำบัดเป็นตัวเลือกที่ได้รับความนิยมในการรักษาสิว การใช้แสงบำบัดจะใช้แสงไฟรักษาแผลสิวอักเสบ, สิวแบบก้อนแดงและสิวก้อนซีสต์

การศึกษาแสดงว่าการใช้แสงบำบัดนั้นเป็นการรักษาที่ได้ผลในคนส่วนใหญ่ ให้ปรึกษาหมอผิวหนังเพื่อดูว่าวิธีไหนจะเหมาะกับคุณที่สุด

 

2 ลองพิจารณาการใช้ฮอร์โมนบำบัด. การมีปริมาณของฮอร์โมนแอนโดรเจนสูง โดยเฉพาะในผู้หญิง อาจนำไปสู่การผลิตซีบัมส่วนเกินที่นำไปสู่การเกิดสิว[32] ซีบัมยังมีกรดไขมันที่กระตุ้นแบคทีเรียที่ทำให้เกิดสิว ส่วนสาเหตุอื่นๆ ที่อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนและส่งผลให้เกิดสิวก็มีการเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น, การตั้งครรภ์, ภาวะขาดประจำเดือน หรือมีการเปลี่ยนแปลงทางการรักษาด้วยยา

ทางที่ดีที่สุดที่จะรู้ว่าสิวคุณเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนหรือไม่นั้นคือการปรึกษาหมอผิวหนัง

 

3 ปรึกษามืออาชีพ. หมอผิวหนังสามารถวินิจฉัยสภาพผิวคุณและเสนอทางเลือกที่เหมาะในการรักษาสิวให้คุณได้[33][34] ทางเลือกโดยการศัลยกรรมก็มีการจี้สิวหัวขาวและสิวหัวดำหรือศัลยกรรมโดยจี้ด้วยความเย็นจัด (cryosurgery) ซึ่งจะมีการฉีดสเตียรอยด์เข้าไปในก้อนสิว ส่วนการกรอหน้าขัดผิว (Dermabrasion) ก็เป็นการศัลยกรรมที่ทำการกำจัดรอยแผลบนชั้นผิวและลดรูแผลเป็นจากสิวให้ตื้นลงโดยการกำจัดเซลล์ผิวหนังชั้นที่ตายแล้วออกไป ทั้งนี้อาจต้องเข้ารับการรักษาหลายครั้งขึ้นอยู่กับความรุนแรงของสภาพสิวบนใบหน้าคุณ

ถ้าคุณตกอยู่ในวงจรการเกิดสิวซ้ำแล้วซ้ำเล่า และได้ลองวิธีการรักษามาแล้วทุกรูปแบบ อย่ากลัวที่จะขอความช่วยเหลือ

เคล็ดลับ

หมอผิวหนังจะแนะนำให้คุณสระผมบ่อยๆ ถ้าคุณมีผมมัน น้ำมันของเส้นผมอาจไหลมาตรงหน้าผากหรือใบหน้าและทำให้สิวเห่อขึ้นมาได้

อย่าลงเครื่องสำอางในทันทีที่ล้างหน้าเสร็จ เนื่องจากมันจะอุดรูขุมขน ให้ใช้เครื่องสำอางชนิดไร้น้ำมันสำหรับผิวและผมของคุณ

อย่าใช้น้ำที่ร้อนหรือเย็นจนเกินไปเวลาล้างหน้า เพราะมันจะทำให้ผิวแห้ง ให้ใช้น้ำพออุ่นและลองไม่ใช้ผ้าเช็ดถูใบหน้า

ซิงค์อาจไปลดระดับของทองแดงในร่างกายถ้าคุณใช้มันนานเป็นเดือนๆ ดังนั้นแพทย์จะแนะนำให้ทานอาหารเสริมที่ให้ทองแดงปริมาณอย่างน้อย 2 มิลลิกรัม ไปพร้อมกับซิงค์ทุกวัน

เนื่องจากวิตามินอีและซิงค์เป็นสิ่งที่จำเป็นต่อการสร้างวิตามินเอ คุณจึงควรเพิ่มมันในอาหาร ปริมาณวิตามินอีที่แนะนำเมื่อทานร่วมกับวิตามินเอคือ 400-800 IU.

เวลาทาครีมรอบดวงตาให้ทาเบาๆ เพื่อผิวบริเวณนั้นบอบบาง

การทานซิงค์ครั้งละ 30 มิลลิกรัมวันละสามครั้งคือปริมาณที่แนะนำสำหรับผู้ป่วยเป็นสิวรุนแรง พอสิวอยู่ในสภาพที่ควบคุมได้แล้ว การทานเพื่อรักษาสภาพครั้งละ 10 ถึง 30 มิลลิกรัมต่อวันนับเป็นปริมาณที่เหมาะสม

 

 

คำเตือน

คุณไม่ควรทานซิงค์ปริมาณสูงติดต่อกันหลายวันเว้นแต่แพทย์จะแนะนำ ให้ปรึกษาแพทย์ก่อนหาอาหารเสริมซิงค์มาทาน

ถ้าคุณไม่ได้สังเกตเห็นพัฒนาการของผิวหน้าหลังจากผ่านไป 8 สัปดาห์ ให้ปรึกษาหมอผิวหนัง

อย่าใช้เกลือสมุทรเสริมไอโอดีนหรือผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของไอโอดีนเนื่องจากมันอาจก่อให้เกิดการระคายเคือง ไม่ว่าจะโดยการรับประทานหรือทาบนผิว ทำให้สิวเห่อหนักกว่าเดิม

วิธีรักษาสิวให้หายเร็วและด้วยวิธีธรรมชาติ

ถ้าคุณกำลังระทมทุกข์กับปัญหาสิว คุณไม่ได้โดดเดี่ยวหรอก สิวนั้นเป็นอาการทางผิวหนังที่พบเห็นได้โดยทั่วไปจากการที่ไขมันกับเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้วไปอุดตันรูขุมขน มันเกิดขึ้นได้บนใบหน้า, ตามหน้าอก, แผ่นหลัง, ไหล่ หรือบริเวณลำคอ สิวนั้นมีสาเหตุหลายประการ: กรรมพันธุ์, ฮอร์โมน และการผลิตไขมัน มีหลายวิธีรักษาสิวที่คุณจะรักษาสิวให้หายเร็วและด้วยวิธีธรรมชาติ เรียนรู้วิธีการดูแลผิวที่ดี, ปรับปรุงอาหารการกิน และลองใช้การรักษาพวกสมุนไพรดู

 

ดูแลรักษาผิวให้ดี

1 พิจารณาดูว่าคุณเป็นสิวประเภทไหน. วิธีการรักษาสิวนั้นมีความแตกต่างกันไปตามแต่สภาพใบหน้าว่ารุนแรงเพียงไหน ส่วนใหญ่แล้วก็มีระดับการเป็นสิวปานกลาง แต่สิวที่มีระดับรุนแรงแบบเป็นก้อนหนองหรือเป็นก้อนนูนแดงอาจเกิดการบวมอักเสบขึ้นมาได้ สิวแบบนี้ต้องได้รับการรักษาในทันทีสิวชนิดที่พบเห็นได้ทั่วไปก็มี:

สิวหัวขาว (สิวอุดตันแบบรูปิด – closed comedones): จะเกิดขึ้นเมื่อมีฝุ่นผงหรือไขมันส่วนเกิน (sebum) ไปอุดค้างอยู่ใต้ชั้นผิวหนัง ก่อให้เกิดตุ่มกลมสีขาว

สิวหัวดำ (สิวอุดตันแบบรูเปิด – open comedones): จะเกิดขึ้นเมื่อรูขุมขนเปิดออก ทำให้ฝุ่นผงและไขมันส่วนเกินผุดขึ้นมาบนชั้นผิวหนัง สีดำนั้นเกิดจากปฏิกิริยาอ็อกไซด์เมื่ออากาศทำปฏิกิริยากับเมลานิน ซึ่งเป็นสารเม็ดสีในไขมันส่วนเกิน

สิวอักเสบ – Pimples (หรือ pustules): เป็นร่องรอยสิวที่ก่อตัวเมื่อฝุ่นผงหรือไขมันส่วนเกินอุดตันอยู่ใต้ชั้นผิวหนัง และก่อให้เกิดอาการอักเสบ, คัน, บวมแดงมาพร้อมกับหนอง หนองนั้นเป็นของเหลวเหนียวเหนอะสีเหลืองที่เกิดจากเซลล์เม็ดเลือดขาว (leukocytes) กับแบคทีเรียที่ตายแล้ว มักเป็นผลมาจากการอักเสบหรือติดเชื้อของเนื้อเยื่อในร่างกาย

สิวก้อนสีแดง (Nodules): เป็นสิวอักเสบที่เป็นก้อนแข็งขนาดใหญ่ที่เกิดลึกลงไปในชั้นผิวหนัง

สิวก้อนนูนแดงแบบซีสต์ (Cysts): เป็นสิวอักเสบชนิดที่มีหัวหนองและรู้สึกปวด ซึ่งเกิดลึกลงไปในชั้นผิวหนังและมักจะทำให้เกิดแผลเป็น

 

2 หยุดสูบบุหรี่. การสูบบุหรี่สามารถทำให้เกิดสภาวะที่เรียกว่าสิวในผู้สูบบุหรี่ ซึ่งร่างกายไม่ตอบสนองต่อการอักเสบเพื่อจะรักษาผิวให้กลับคืนได้เร็วเท่ากับสิวธรรมดาทั่วไป ผู้สูบบุหรี่ยังมักจะเป็นสิวระดับปานกลางหลังจากผ่านช่วงวัยรุ่นมากกว่าคนปกติถึงสี่เท่า โดยเฉพาะผู้หญิงอายุระหว่าง 25-50 ปี การสูบบุหรี่ยังอาจทำให้ผิวหน้าเกิดอาการคันในผู้ที่มีผิวบอบบางอีกด้วย

เป็นที่ทราบกันดีว่าการสูบบุหรี่จะทำให้ผิวหนังเหี่ยวย่นและมีริ้วรอยก่อนวัยอันควร ทั้งนี้เนื่องจากมันจะสร้างอนุมูลอิสระ ลดการผลิตคอลลาเจน และลดคุณภาพของโปรตีนบำรุงผิว

 

3 หลีกเลี่ยงการสัมผัสใบหน้า. เศษฝุ่นสกปรกและแบคทีเรียบนมือสามารถไปอุดรูขุมขนและทำให้หน้าที่เป็นสิวยิ่งมีสภาพแย่ลงหากยังสัมผัสใบหน้าอยู่เนืองๆ ถ้าผิวรู้สึกคันระคายเคืองจากการเป็นสิว ให้ใช้แผ่นเช็ดหน้าชนิดไร้ส่วนผสมของน้ำมันเช็ดเบาๆ เพื่อขจัดคราบสกปรกและทำให้ผิวคืนสู่สภาพเดิม

อย่าบีบหรือกดหัวสิว ไม่งั้นอาจเกิดเป็นรอยแผลเป็นได้ การบีบสิวอักเสบอาจจะยิ่งทำให้แบคทีเรียแพร่กระจายมากขึ้นด้วย

 

4เลือกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้ารักษาสิวที่เหมาะสม. ใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้าสูตรบางเบาปราศจากโซเดียม ลอเรท ซัลเฟต (sodium laureth sulfate) โซเดียม ลอเรท ซัลเฟตเป็นสารซักฟอกและทำให้เกิดฟองซึ่งสามารถทำให้ผิวระคายเคือง ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้าหลายยี่ห้อที่ไร้สารเคมีเข้มข้น และใช้ส่วนผสมตามธรรมชาติ มีวางขายตามร้านขายยาทั่วไป

สบู่ที่สากและจำพวกสครับผิวอาจทำให้ผิวระคายเคืองและทำให้สิวแย่ลงกว่าเดิมได้

 

5 ล้างหน้าเป็นประจำ. ล้างหน้าโดยใช้ปลายนิ้ว ตอนเช้าหนึ่งครั้งและตอนกลางคืนอีกหนึ่งครั้งจำไว้ว่าให้ใช้น้ำพออุ่นล้างทั่วหน้าหลังการทำความสะอาดเสร็จ จำกัดการล้างเพียงวันละสองครั้งและหลังจากทำกิจกรรมที่มีเหงื่อออก

เหงื่อสามารถทำให้ผิวระคายเคือง ให้ล้างหน้าให้เร็วที่สุดหลังจากเหงื่อออก

 

6 ใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวให้ถูกประเภท. ทามอยส์เจอไรเซอร์ชนิดปราศจากน้ำมันถ้าหากคุณมีผิวแห้งหรือคัน ส่วนสารสมานผิวจะถูกแนะนำให้ใช้เฉพาะถ้าคุณมีผิวมัน และต่อให้เป็นเช่นนั้นก็ควรทาสารสมานผิวเฉพาะตรงจุดที่มันมากเท่านั้น ถ้าหากคุณต้องการจะใช้ผลิตภัณฑ์ขัดผิว ให้ถามหมอผิวหนังว่าอย่างไหนถึงจะเหมาะกับชนิดผิวของคุณ

คนที่ไม่ได้มีสิวอักเสบ คือมีแต่สิวหัวขาวกับสิวหัวดำซึ่งไม่ก่อให้เกิดผื่นแดง สามารถใช้ผลิตภัณฑ์ขัดผิวสูตรบางเบาที่มีจำหน่ายทั่วไปได้ คนที่มีผิวแห้งและแพ้ง่ายควรจำกัดการขัดผิวแค่สัปดาห์ละครั้งหรือสองครั้ง ส่วนคนที่ผิวมันหนาสามารถขัดผิวได้ทุกวัน